การฝึกให้ลูกหมาฉี่เป็นที่ เป็นหนึ่งในเรื่องแรก ๆ ที่เจ้าของทุกคนต้องเจอ และเป็นเรื่องที่ทำให้หลายบ้านปวดหัวที่สุดในช่วงเดือนแรก
แต่ความจริงคือ การฝึกฉี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าน้องฉลาดแค่ไหน หรือเราโชคดีได้น้องที่หัวไวหรือเปล่า มันขึ้นอยู่กับว่าเราจัดสภาพแวดล้อมและจับจังหวะได้ดีแค่ไหนต่างหาก
วันนี้ผมอยากเล่าผ่านประสบการณ์จริง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการฝึกมอมแมมให้ฉี่นอกบ้าน และอีกเรื่องคือการฝึกน้องหมาของลูกค้าให้ฉี่บนแพด
หัวใจของการฝึกฉี่ อยู่ที่การทำให้น้องทำถูกได้ง่ายที่สุด
ก่อนจะเข้าเรื่องเล่า ขอปูหลักการสั้น ๆ ก่อน
การฝึกฉี่ที่ได้ผล ไม่ได้เริ่มจากการรอให้น้องทำผิดแล้วค่อยแก้ แต่เริ่มจากการออกแบบสถานการณ์ให้น้องทำถูกได้ง่ายที่สุดตั้งแต่แรก
ลูกหมาส่วนใหญ่ต้องฉี่ทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง และเกือบทุกครั้งหลังกินอาหาร ดื่มน้ำ เล่น หรือตื่นนอน ถ้าเรารู้จังหวะพวกนี้ แล้วพาน้องไปยังที่ที่ถูกก่อนที่น้องจะปวด โอกาสที่น้องจะทำถูกก็สูงขึ้นมาก และทุกครั้งที่น้องทำถูกแล้วได้รางวัล น้องก็เรียนรู้ว่าที่นี่คือที่ที่ควรฉี่
หลักมันเรียบง่ายแบบนี้ครับ จัดจังหวะให้ถูก ให้รางวัลให้ไว และไม่ลงโทษเวลาพลาด
เรื่องที่หนึ่ง มอมแมมกับจังหวะที่โชคดี
มอมแมมโชคดีอย่างหนึ่ง คือช่วงที่เรารับน้องมาเลี้ยง เป็นช่วงที่โควิดกำลังระบาด เราเลยได้ทำงานที่บ้าน
การได้อยู่บ้านทั้งวันเปลี่ยนทุกอย่าง เพราะมันทำให้เราจับจังหวะของน้องได้แม่นมาก ทุก 2 ชั่วโมง ไม่ว่าน้องจะปวดหรือไม่ปวด เราจะพามอมแมมออกไปนอกบ้าน เพราะเราตั้งใจฝึกให้น้องฉี่นอกบ้าน
พอทำแบบนี้สม่ำเสมอ น้องก็ค่อย ๆ เข้าใจว่าการออกไปข้างนอกคือช่วงเวลาของการขับถ่าย และเมื่อน้องทำถูก เราก็ชมและให้รางวัลทันที
พอน้องเริ่มทำได้สม่ำเสมอ เราค่อย ๆ ใส่คิวเข้าไป โดยพูดคำเดิมทุกครั้งที่น้องกำลังจะฉี่ ที่บ้านเราเลือกใช้คำว่า เยี่ยวเลย เพราะมันออกเสียงได้ชัดและเด็ดขาดกว่าคำว่าฉี่ ทำให้น้องแยกแยะคำนี้ออกจากคำอื่นได้ง่าย เมื่อเวลาผ่านไป น้องก็เริ่มเชื่อมโยงคำนี้กับการขับถ่าย จนสุดท้ายพอเราพูดคำนี้ น้องก็รู้ว่าถึงเวลาแล้ว
สิ่งที่ทำให้มอมแมมสำเร็จ ไม่ใช่เพราะน้องพิเศษกว่าตัวอื่น แต่เพราะจังหวะชีวิตในตอนนั้นเอื้อให้เราอยู่กับน้องได้ทั้งวัน และความสม่ำเสมอนั่นเองคือกุญแจ
เรื่องที่สอง Mia กับการฝึกฉี่บนแพด
อีกเรื่องหนึ่งคือตอนที่เราได้ฝึกน้องหมาที่ลูกค้าฝากฝึก น้องชื่อ Mia
เคสของ Mia ต่างจากมอมแมม เพราะเป้าหมายคือการฝึกให้ฉี่บนแพดในบ้าน ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากกว่า เราเลยใช้หลักการที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน
เริ่มจากการจำกัดพื้นที่รอบแพด ใช้คอกหรือรั้วกั้นให้ Mia อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ รอบแพด เพื่อให้โอกาสที่น้องจะฉี่ลงแพดสูงที่สุด และถ้าพลาดก็ทำความสะอาดง่าย
จากนั้นคือการอ่านสัญญาณ Mia จะมีท่าทางบอกก่อนฉี่เสมอ เช่นการดมพื้น เดินวนเป็นวงกลม หรือย่อตัว พอเห็นสัญญาณเหล่านี้ เราก็ค่อย ๆ พาน้องไปที่แพดอย่างนุ่มนวล
พอ Mia ฉี่ลงแพดถูก เราให้รางวัลทันทีตรงนั้นเลย ไม่รอให้น้องเดินออกมาก่อน เพราะน้องหมาอยู่กับปัจจุบัน ถ้าให้รางวัลช้าไป น้องจะเชื่อมโยงรางวัลกับการกระทำไม่ถูก
และสิ่งสำคัญที่เรายึดตลอด คือไม่เคยลงโทษ Mia เวลาน้องฉี่ผิดที่เลย เพราะการดุจะทำให้น้องสับสนและเครียด แล้วยิ่งเรียนรู้ช้าลง เวลาน้องพลาด เราแค่เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่กำจัดกลิ่นได้หมดจด เพื่อไม่ให้กลิ่นเดิมดึงน้องกลับไปฉี่ที่เดิม
ค่อย ๆ ทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ Mia ก็เรียนรู้ได้ว่าแพดคือที่ที่ถูกต้อง
สองเคสนี้สอนอะไรเรา
มอมแมมฝึกให้ฉี่นอกบ้าน Mia ฝึกให้ฉี่บนแพด เป้าหมายต่างกัน สถานที่ต่างกัน แต่หลักการเบื้องหลังเหมือนกันทุกอย่าง
จัดสภาพแวดล้อมให้น้องทำถูกได้ง่าย จับจังหวะเวลาให้แม่น อ่านสัญญาณของน้องให้ออก ให้รางวัลทันทีที่น้องทำถูก และไม่ลงโทษเวลาน้องพลาด
จะเห็นว่าเราไม่เคยบังคับให้น้องทำอะไรเลย เราแค่จัดทุกอย่างให้การทำสิ่งที่ถูก กลายเป็นเรื่องง่ายและมีแต่ผลดีสำหรับน้อง การฝึกฉี่จึงเป็นบทเรียนแรก ๆ ที่ดีของลูกหมาแรกรับ ในการสร้างความเข้าใจกันระหว่างเรากับน้อง
ข้อคิดก่อนจบ เรื่องแพดกับเป้าหมายระยะยาว
มีจุดหนึ่งที่อยากให้เจ้าของคิดไว้ตั้งแต่แรก คือถ้าเป้าหมายระยะยาวคืออยากให้น้องฉี่นอกบ้าน การใช้แพดควรมองเป็นทางผ่าน ไม่ใช่ปลายทาง เพราะการใช้แพดนาน ๆ อาจทำให้น้องสับสนได้เวลาจะเปลี่ยนไปฉี่ข้างนอก
แต่ถ้าอยู่คอนโดหรือมีข้อจำกัดที่ทำให้แพดคือคำตอบที่ดีที่สุด การฝึกให้น้องใช้แพดอย่างมั่นใจก็เป็นเรื่องที่คุ้มค่าและทำให้ชีวิตทั้งคนและน้องง่ายขึ้นมาก
ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นแบบไหน หลักการก็เหมือนเดิม ความสม่ำเสมอ การจับจังหวะ และความใจเย็น คือสิ่งที่พาน้องไปถึงได้เสมอ
หมาสนุก · ฝึกหมาสไตล์เล่นไปฝึกไป ไม่ดุ ไม่บังคับ