ก่อนอื่นขอบอกไว้ว่า บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ เรื่องอาหารและปริมาณที่เหมาะกับน้องแต่ละตัว ควรปรึกษาสัตวแพทย์เสมอ
ช่วงนี้เห็นมีการแชร์กันบ่อยว่า ให้น้องหมากินตับไก่ปิ้งเป็นอาหารหรือเป็นรางวัลดีมาก เพราะตับมีประโยชน์เยอะ ซึ่งไม่ผิดครับที่ตับมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่มีเรื่องสำคัญมากที่หลายคนไม่ได้พูดถึง และอาจทำให้เรื่องดีกลายเป็นโทษได้ถ้าให้ผิดวิธี นั่นคือเรื่องวิตามินเอเกิน
ตับไก่มีประโยชน์ แต่คำว่ามากไปคือปัญหา
ตับเป็นแหล่งของโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินเอที่สูงมาก ในปริมาณเล็กน้อยตับจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่า
แต่จุดที่ต้องระวังคือ ตับมีวิตามินเอเข้มข้นมากจนถ้าให้บ่อยหรือให้ปริมาณเยอะเป็นประจำ น้องจะได้รับวิตามินเอเกินความต้องการสะสมไปเรื่อย ๆ
วิตามินเอเกิน หรือ hypervitaminosis A คืออะไร ทำไมอันตราย
วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ต่างจากวิตามินที่ละลายในน้ำที่ร่างกายขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ง่าย
วิตามินที่ละลายในไขมันจะถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ เมื่อได้รับเข้าไปมากเกินอย่างต่อเนื่อง มันจะค่อย ๆ สะสมจนถึงระดับที่เป็นพิษ ภาวะนี้เรียกว่า hypervitaminosis A
สิ่งที่น่ากลัวคือมันไม่ได้แสดงอาการทันที แต่ค่อย ๆ สะสมเงียบ ๆ จนเริ่มมีปัญหา อาการที่พบได้ในภาวะวิตามินเอเกินสะสม เช่น
- ปัญหากระดูกและข้อต่อ มีกระดูกงอกผิดปกติ โดยเฉพาะที่กระดูกคอและข้อต่อ ทำให้น้องขยับตัวลำบาก ตัวแข็ง เดินกะเผลก หรือไม่อยากเคลื่อนไหว
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- ซึม เฉื่อยชา
- ขนและผิวหนังไม่สวย
นี่คือเหตุผลที่การให้ตับมากเกินไปเป็นประจำอันตรายกว่าที่หลายคนคิด เพราะกว่าจะรู้ตัว ความเสียหายอาจสะสมไปมากแล้ว
แล้วปิ้งล่ะ มีปัญหาเพิ่มอีกไหม
ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า ปัญหาวิตามินเอเกินที่พูดไปข้างต้น เกิดจากตัวตับเอง ไม่ได้เกี่ยวว่าปรุงรสหรือไม่ ถึงจะปิ้งแบบไม่ใส่อะไรเลย ถ้าให้บ่อยหรือให้เยอะ น้องก็ยังเสี่ยงวิตามินเอเกินอยู่ดี ปัญหาหลักจึงอยู่ที่ปริมาณและความถี่ ไม่ใช่แค่เครื่องปรุง
ส่วนการปิ้งแบบปรุงรสยังเพิ่มความเสี่ยงอีกหลายอย่างนอกเหนือจากวิตามินเอ
ตับปิ้งที่เรากินกันมักมีการปรุงรส ทั้งเกลือ ซอส น้ำมัน หรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมาะกับน้องหมา เกลือและโซเดียมสูงไม่ดีต่อน้อง ไขมันจากการปรุงอาจกระตุ้นให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้ และเครื่องปรุงบางอย่างอย่างผงกระเทียมหรือหัวหอมก็เป็นพิษกับสุนัขโดยตรง
ส่วนที่ไหม้เกรียมจากการปิ้งก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรให้น้องกินเช่นกัน
พูดง่าย ๆ คือ ตับปิ้งแบบที่คนกิน ไม่ใช่อาหารที่เหมาะกับน้องหมา
แล้วให้ตับได้ไหม ให้ยังไงถึงปลอดภัย
ให้ได้ครับ แต่ต้องอยู่ในหลักพอดี
- ให้เป็นปริมาณน้อย และให้เป็นครั้งคราว ไม่ใช่อาหารหลักประจำวัน โดยทั่วไปแนะนำให้เครื่องในเป็นสัดส่วนเล็ก ๆ ของอาหารทั้งหมดเท่านั้น
- ให้แบบปรุงสุกเรียบ ๆ ไม่ใส่เครื่องปรุง ไม่ใส่เกลือ ไม่ปิ้งจนไหม้
- มองว่าตับเป็นของเสริมหรือรางวัลชิ้นเล็ก ไม่ใช่มื้ออาหาร
- ถ้าน้องกินอาหารสำเร็จรูปที่สมดุลอยู่แล้ว วิตามินและแร่ธาตุก็มักครบตามความต้องการอยู่แล้ว การเพิ่มตับเยอะ ๆ จึงยิ่งเสี่ยงเกิน
ถ้าไม่แน่ใจเรื่องปริมาณที่เหมาะกับน้อง การปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องโภชนาการคือทางที่ปลอดภัยที่สุด
สัญญาณที่ควรพาไปหาหมอ
ถ้าน้องเคยได้ตับหรืออาหารเสริมวิตามินเอเยอะเป็นประจำ แล้วเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปตรวจ
- ตัวแข็ง เดินกะเผลก หรือไม่อยากขยับตัวเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- ซึม เฉื่อยชาผิดปกติ
มุมของครูฝึก
ในฐานะคนที่สนใจทั้งพฤติกรรมและโภชนาการของสุนัข เราอยากให้ระวังคอนเทนต์ที่แชร์กันว่าอะไรดีต่อน้องแบบไม่มีเงื่อนไข
เพราะในเรื่องอาหาร คำว่ามีประโยชน์กับคำว่าให้เยอะ ๆ ได้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน หลายอย่างที่ดีในปริมาณน้อย กลับเป็นโทษเมื่อให้มากเกินหรือให้ผิดวิธี ตับไก่ปิ้งคือตัวอย่างที่ชัดเจน
หัวใจคือความพอดีและความเข้าใจ ไม่ใช่การให้ตามที่เห็นคนอื่นแชร์มา
อ้างอิง
Merck Veterinary Manual (MSD) เรื่อง Hypervitaminosis A in Animals msdvetmanual.com
VCA Animal Hospitals เรื่องโภชนาการและวิตามินสำหรับสุนัข vcahospitals.com
PetMD เรื่อง Can Dogs Eat Liver petmd.com
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องอาหารและปริมาณที่เหมาะกับน้อง
หมาสนุก · ฝึกหมาสไตล์เล่นไปฝึกไป ไม่ดุ ไม่บังคับ
